<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>tikanaht.com &#187; เรื่องน่ารู้ทั่วไป</title>
	<atom:link href="http://www.tikanaht.com/category/%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%99%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b9%e0%b9%89%e0%b8%97%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%a7%e0%b9%84%e0%b8%9b/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tikanaht.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Nov 2010 17:14:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>115 ปี ของการค้นพบรังสี X-rays</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Nov 2010 17:14:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[doodle]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=320</guid>
		<description><![CDATA[Logo Google วันนี้เปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ครั้งนี้เกี่ยวกับการครบรอบ 115 ปี ของการค้นพบรังสิ X-rays ประวัติผู้ค้นพบรังสี X-rays วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน (Wilhelm Conrad Röntgen &#8211; 27 มีนาคม พ.ศ. 2388 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ประจำมหาวิทยาลัยเวิร์ซแบร์ก ผู้ค้นพบและสร้าง รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มี ช่วงคลื่น ขนาดที่รู้จักในปัจจุบันว่า รังสีเอกซ์ (x-rays) หรือ รังสีเรนต์เกน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438ความสำเร็จที่ทำให้เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลรางวัลแรก เมื่อ พ.ศ. 2444 Röntgen” มัก สะกดเป็นภาษาอังกฤษโดยทั่วไปว่า “Roentgen” ดังนั้น ในเอกสารวิชาการและการแพทย์เกือบทั้งหมดจึงใช้คำสะกดว่า “Roentgen” ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา เรินต์ เกน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/11/xraydiscovery2010-ps.gif"><img class="aligncenter size-full wp-image-321" title="xraydiscovery2010-ps" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/11/xraydiscovery2010-ps.gif" alt="" width="480" height="178" /></a></p>
<p>Logo Google วันนี้เปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ครั้งนี้เกี่ยวกับการครบรอบ 115 ปี ของการค้นพบรังสิ X-rays</p>
<p><span id="more-320"></span></p>
<p>ประวัติผู้ค้นพบรังสี X-rays</p>
<p>วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน (Wilhelm Conrad Röntgen &#8211; 27 มีนาคม พ.ศ.  2388 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466)  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ประจำมหาวิทยาลัยเวิร์ซแบร์ก ผู้ค้นพบและสร้าง  รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มี ช่วงคลื่น ขนาดที่รู้จักในปัจจุบันว่า รังสีเอกซ์  (x-rays) หรือ รังสีเรนต์เกน เมื่อวันที่ 8  พฤศจิกายน พ.ศ. 2438ความสำเร็จที่ทำให้เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลรางวัลแรก  เมื่อ พ.ศ. 2444</p>
<p>Röntgen” มัก สะกดเป็นภาษาอังกฤษโดยทั่วไปว่า “Roentgen” ดังนั้น  ในเอกสารวิชาการและการแพทย์เกือบทั้งหมดจึงใช้คำสะกดว่า “Roentgen”</p>
<p><strong>ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา</strong></p>
<p><strong> </strong> เรินต์ เกน เกิดที่เมืองเลนเนพ ปัจจุบันอยู่ในแคว้นเร็มส์ไชด์ ประเทศเยอรมนี  บิดามารดาเป็นช่างตัดเย็บเส้อผ้า  ต่อมาได้ย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากที่เอเปลดูร์น ประเทศเนเธอร์แลนด์  เมื่อเรินต์เกนอายุได้ 3 ขวบ  เรินต์เกนได้รับการศึกษาขั้นต้นที่สถาบันแห่งมาร์ตินุส เฮอร์มัน แวน  เดอร์ดูร์น ต่อมาได้เข้าเรียนในสถาบันเทคนิคอูเทรชต์  ที่ซึ่งเขาถูกไล่ออกจากสถาบันเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเขียนภาพล้ออาจารย์คน หนึ่ง ซึ่งเรินต์เกนไม่เคยยอมรับว่าเป็นผู้เขียน</p>
<p>ใน พ.ศ. 2408  เรินต์เกนพยายามสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอูเทรชต์โดยไม่มีเอกสารหลักฐาน ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาปกติแต่ไม่ได้รับการรับเข้าเรียน  ต่อมาเรินต์เกนทราบว่าที่สถาบันโปลีเทคนิคในซุริก (ปัจจุบันคือ ETH Zurich ที่มีชื่อเสียง)  รับนักศึกษากรณีนี้เข้าเรียนได้โดยการสอบ  เขาจึงเริ่มการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ในปี พ.ศ. 2412  เรินต์เกนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซูริกแห่งนี้</p>
<p><strong>การ ทำงาน</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ในปี พ.ศ. 2410  เรินต์เกนเข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสตราสบวร์ก และในปี พ.ศ. 2414  ได้เป็นศาสตราจารย์ในสถาบันเกษตรศาสตร์ที่ฮอเฮนไฮม์ เวิร์ทเตมเบิร์ก  เรินต์เกนได้กลับไปเป็นศาสตราจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยสตราสบวร์ กอีกคร้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2419 และในปี พ.ศ. 2422  เรินต์เกนได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยไกส์เซน  พ.ศ. 2431  ย้ายไปรับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเวิร์ซเบิร์ก  และอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยมิวนิกในปี พ.ศ. 2443 โดยคำขอของรัฐบาลบาวาเรีย</p>
<p>เรินต์เกนมีครอบครัวอยู่ในประเทศสหรัฐฯ  ที่รัฐโอไฮโอ ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดที่จะย้ายไปตั้งรกรากที่นั่น  เรินต์เกนได้ยอมรับการแต่งตั้งที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก  และได้ซื้อตั๋วเรือไว้แล้ว แต่การระเบิดของสงครามโลกครั้งที่ 1  ทำให้แผนการนี้เปลี่ยนไป  เรินต์เกนตกลงอยู่ในมิวนิกต่อไปและได้ทำงานที่นี้ไปตลอดชีวิต  เรินต์เกนถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2456 จากโรคมะเร็งเยื่อบุช่องท้อง  มีการพูดกันว่าเรินต์เกนเสียชีวิตจากการได้รับรังสีเอกซ์เรย์  แต่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการเกิดโรคมะเร็งนี้เป็นผลมาจากการรับรังสีเอกซ์เรย์   ทั้งนี้เนื่องจากการค้นคว้าวิจัยในส่วนที่เรินต์เกนต้องเกี่ยวข้องกับรังสี โดยตรงและมากมีช่วงเวลาสั้น และเรินต์เกนเอง ยังเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกๆ  ที่เป็นผู้นำในการใช้ตะกั่วเป็นโล่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p><strong>การค้นพบเอกซ์เรย์</strong></p>
<p><strong> </strong>ใน ช่วงปี พ.ศ. 2438 เรินต์เกนได้ ใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาโดยเพื่อนร่วมงานผู้มีชื่อเสียงคือ อีวาน พัลยูอิ  (Ivan Palyui) นำมาให้ คือหลอดไฟที่เรียกว่า  “หลอดพัลยูอิ” ซึ่งเรินต์เกนพร้อมกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ได้แก่ ไฮริช  รูดอล์ฟ เฮิร์ทซ์, วิลเลียม ครูกส์, นิโคลา เทสลา และฟิลิบ ฟอน เลนาร์ด  ต่างทำการทดลองและทดสอบผลกระทบของการปล่อยประจุไฟฟ้าแรงดึงสูงในหลอดแก้วสูญ ญากาศนี้ จนถึงปลายปี พ.ศ. 2408  บรรดานักค้นคว้าเหล่านี้จึงได้เริ่มทดลองค้นคว้าหาคุณสมบัติของรังสีแคโทด ข้างนอกหลอด ในต้นเดือนพฤศจิกายน  เรินต์เกนได้ทดลองซ้ำโดยใช้หลอดของเลนาร์ดโดยทำช่องหน้าต่างด้วยอลูมเนียม บางๆ  เพื่อให้รังสีผ่านออกและใช้กระดาษแข็งปิดทับเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่น อะลูมิเนียมเสียหายจากไฟฟ้าสถิตย์กำลังแรงที่จะเป็นในการสร้างรังสีแคโทด  เรินต์เกนรู้ว่ากระดาษแข็งจะช่วยป้องกันไม่ให้แสงหนีออก  แต่เขาได้สังเกตเป็นว่ากระดาษแข็งที่ทาด้วยแบเรียม ปลาติโนไซยาไนด์ (barium  platinocyanide) ที่อยู่ใกล้ขอบช่องอะลูมิเนียมเกิดการ เรืองแสง  เรินต์เกนพบว่าหลอดของครูกส์ที่มีผนังหลอดหนาก็อาจเกิดการเรืองแสงในลักษณะ เช่นนี้ได้</p>
<p>ในบ่ายวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438  เรินต์เกนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทดสอบความคิดนี้  เขาได้บรรจงทำแผ่นกระดาษแข็งอย่างระมัดระวังให้เหมือนกับที่ใช้กับหลอดของเล นาร์ด  โดยปิดหลอดฮิททอร์ฟ-ครูกส์ด้วยกระดาษแข็งแล้วต่อขั้วจากขดลวดเหนี่ยวนำของ รุห์มคอร์ฟเพื่อสร้างประจุไฟฟ้าสถิตย์  แต่ก่อนที่เรินต์เกนจะตั้งจอที่ทาด้วยแบเรียมปลาติโนไซยาไนด์เพื่อทดสอบความ คิด  เขาได้ปิดม่านปิดไฟให้ห้องมืดลงเพื่อดูว่าแผ่นกระดาษแข็งปิดแสงได้มิดหรือ ไม่  ในขณะที่ปล่อยกระแสจากขดลวดเหนี่ยวนำขยับกระดาษแข็งให้แน่นแล้วหันไปเตรียม การขั้นถัดไป เรินต์เกนได้พบว่า ณ จุดนี้เองที่เกิดมีแสงเรืองๆ ขนาดอ่อนๆ  ปรากฏที่ปลายโต๊ะที่ห่างออกไป 1 เมตร เพื่อให้แน่ใจ  เรินต์เกนได้ปล่อยกระแสจากขดลวดเหนี่ยวนำอีกหลายครั้ง แสงเรืองๆ  ก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม  เขาจุดไม้ขีดไฟดูจึงได้เห็นสิ่งที่อยู่ปลายโต๊ะนั้นแท้จริงก็คือแผ่นกระดาษ แข็งทาสารแบเรียมฯ ที่เตรียมไว้สำหรับการทดลองขั้นต่อไปมั่นเอง</p>
<p>เรินต์เกนคาดเดาว่าสิ่งนี้อาจเกิดจากแสงชนิดใหม่ก็ได้ วันที่ 8 พฤศจิกายน  เป็นวันศุกร์  เขาจึงถือโอกาสใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ทำการทดลองซ้ำและทำการบันทึกครั้งแรกไว้  ในหลายสัปดาห์ต่อมา  เรินต์เกนกินและนอนในห้องทดลองเพื่อทดสอบคุณสมบัติต่างๆ  ของแสงชนิดใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เขาจึงเรียกชื่อลำลองไปก่อนว่า  “รังสี X” เนื่องจากต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์กับสิ่ง ที่ยังไม่รู้จักมาก่อน แม้ว่าจะมีผู้เรียกชื่อรังสีนี้ว่า “รังสีเรินต์เกน”  เพื่อเป็นเกียรติ แต่ตังเรินต์เกนเองกลับจงใจใช้ชื่อว่า “รังสีเอกซ์”  เรื่อยมา</p>
<p>การค้นพบรังสีเอกซ์ของเรินต์เกนไม่ใช่ อุบัติเหตุ หรือจากการทำงานตามลำพัง ในการเสาะแสวงหาคำตอบ  เรินต์เกนและผู้คิดค้นในงานประเภทนี้ในหลายประเทศก็ได้ช่วยกันทำอยู่  การค้นพบเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดอย่างเห็นๆ กันอยู่แล้ว ความจริงแล้ว  รังสีเอกซ์ได้ถูกสร้างขึ้นและเกิดรูปในฟิล์มแล้วที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย  2 ปีก่อนหน้านั้น  เพียงแต่ว่าคนที่ทดลองทำไม่ได้ตระหนักว่าตนเองได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่เข้า แล้ว จึงเก็บฟิล์มเข้าแฟ้มสำหรับใช้อ้างอิงในการทดลองอื่นๆ ในอนาคต  ทำให้พลาดในการได้ชื่อว่าตนเป็นผู้ค้นพบสิ่งสำคัญที่สุดทางฟิสิกส์</p>
<p>ภาพ รังสีเอกซ์   มือของอัลเบิร์ต ฟอน โคลลิเคอร์<br />
ถ่ายโดยเรินต์เกน</p>
<p>ณ จุดหนึ่ง  ในขณะที่กำลังทดลองขีดความสามารถของวัสดุต่างๆ ในการปิดกั้นรังสี  เรินต์เกนได้เอาแผ่นตะกั่วชิ้นเล็กๆ  วางขวางทางรังสีได้สังเกตเห็นภาพลางของโครงกระดูกตัวเองปรากฏบนแผ่นจอ แบเรียมฯ ซึ่งเขาได้เขียนรายงานในเวลาต่อมาว่า  ตรงจุดนี้เองที่ตนเองตัดสินใจรักษาการทดลองไว้เป็นความลับด้วยเกรงว่าการ ทดลองนี้อาจเกิดจากคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาด</p>
<p>บทความรายงานชิ้นแรกของเรินต์เกน คือ “ว่าด้วยสิ่งใหม่ของรังสีเอกซ์” (On A New Kind Of X-Rays) ตีพิมพ์ใน 50  วันต่อมาคือวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 และในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2439  หนังสือพิมพ์ของประเทศออสเตรียได้รายงานการค้นพบรังสีชนิดใหม่ของเรินต์เกน  เรินต์เกนได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์สาขาการแพทย์จากมหาวิทยาลัย เวิร์ซเบิร์กหลังการค้นพบครั้งนี้  เรินต์เกนได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับรังสีเอกซ์รวม 3 เรื่อง ระหว่างปี พ.ศ.  2438 &#8211; 2440 ข้อสรุปทั้งหมดของเรินต์เกนได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องทั้งหมด  เรินต์เกนได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งการวินิจฉัยทางรังสีวิทยา  เป็นสาขาเชี่ยวชาญเฉพาะที่ใช้ภาพวินิจฉัยโรค</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2444  เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ซึ่งเป็นรางวัลแรกสุด  รางวัลนี้ให้อย่างเป็นทางการเพื่อ  “เป็นการรับรู้และยกย่องในความวิริยอุตสาหะที่เขาได้ค้นพบรังสีที่มีความ สำคัญและได้รับการตั้งชื่อตามเขานี้”  เรินต์เกนได้บริจาครางวัลทีได้รับให้แก่มหาวิทยาลัยที่เขาสังกัด  และได้ทำเช่นเดียวกับที่ ปิแอร์ คูรี ได้ทำบ้างในหลายปีต่อมา  คือการปฏิเสธไม่ถือลิขสิทธิ์ในสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ  ที่สืบเนื่องมาจากผลงานที่เขาค้นพบด้วยเหตูผลทางจริยธรรม  เรินต์เกนไม่ยอมแม้แต่จะให้ใช้ชื่อเขาเรียงรังสีที่เขาเป็นผู้ค้นพบ  อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2547 IUPAC ได้ ตั้งชื่อธาตุใหม่ว่า “เรินต์เกนเนียม” (Roentgenium) เพื่อเป็นเกียรติแก่เรินต์เกน</p>
<p>ขอขอบคุณ ที่มาของข้อมูล  <a href="http://ra-phy2.comyr.com/?page_id=18">http://ra-phy2.comyr.com/?page_id=18</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เช็คผลฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษกับ Google</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 16:14:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=128</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-133" title="1-4-2553 23-15-10" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/01/1-4-2553-23-15-102.jpg" alt="1-4-2553 23-15-10" width="549" height="161" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%9e%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b9%80%e0%b8%a1%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b9%8c%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เช็ครอบหนังกับ Google</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-google/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-google/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 04 Jan 2010 15:40:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone size-full wp-image-121" title="1-4-2553 22-40-01" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/01/1-4-2553-22-40-01.jpg" alt="1-4-2553 22-40-01" width="564" height="194" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/%e0%b9%80%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%ad%e0%b8%9a%e0%b8%ab%e0%b8%99%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a-google/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>พยากรณ์อากาศด้วย Google</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-google/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-google/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 17 Dec 2009 16:33:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=109</guid>
		<description><![CDATA[เราสามารถตรวจสอบสภาพอากาศด้วย Google อย่างง่ายด้วยการพิมพ์ &#8220;weather bangkok&#8221;]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>เราสามารถตรวจสอบสภาพอากาศด้วย Google อย่างง่ายด้วยการพิมพ์<br />
&#8220;weather bangkok&#8221;</p>
<p><img class="alignnone size-full wp-image-110" title="12-17-2552 23-32-29" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2009/12/12-17-2552-23-32-29.gif" alt="12-17-2552 23-32-29" width="548" height="225" /></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%9e%e0%b8%a2%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%a3%e0%b8%93%e0%b9%8c%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a8%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b8%a7%e0%b8%a2-google/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Hosting อันดับ 1 ของประเทศไทย</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/hosting-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/hosting-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 06 Oct 2009 12:16:29 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[Hosting]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=72</guid>
		<description><![CDATA[อันนี้เป็นสถิติ การจัดอันดับ Hosting ในประเทศไทย NetdesignHost.com ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1 อ้างอิงข้อมูล จาก www.webhosting.info]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><img class="alignnone" title="hosting" src="http://postto.me/ig/6102552191129.jpg" alt="" width="527" height="484" /></p>
<p>อันนี้เป็นสถิติ การจัดอันดับ <a title="Hosting" href="http://www.netdesignhost.com" target="_blank">Hosting</a> ในประเทศไทย NetdesignHost.com ได้รับการจัดให้อยู่ในอันดับที่ 1</p>
<p>อ้างอิงข้อมูล จาก <a href="http://www.webhosting.info/webhosts/tophosts/Country/TH" target="_blank">www.webhosting.info</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/hosting-%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%9a-1-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%80%e0%b8%97%e0%b8%a8%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

