<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>tikanaht.com</title>
	<atom:link href="http://www.tikanaht.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.tikanaht.com</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sun, 07 Nov 2010 17:14:07 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.org/?v=3.0.1</generator>
		<item>
		<title>115 ปี ของการค้นพบรังสี X-rays</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 07 Nov 2010 17:14:07 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[เรื่องน่ารู้ทั่วไป]]></category>
		<category><![CDATA[doodle]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=320</guid>
		<description><![CDATA[Logo Google วันนี้เปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ครั้งนี้เกี่ยวกับการครบรอบ 115 ปี ของการค้นพบรังสิ X-rays ประวัติผู้ค้นพบรังสี X-rays วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน (Wilhelm Conrad Röntgen &#8211; 27 มีนาคม พ.ศ. 2388 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466) นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ประจำมหาวิทยาลัยเวิร์ซแบร์ก ผู้ค้นพบและสร้าง รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มี ช่วงคลื่น ขนาดที่รู้จักในปัจจุบันว่า รังสีเอกซ์ (x-rays) หรือ รังสีเรนต์เกน เมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438ความสำเร็จที่ทำให้เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลรางวัลแรก เมื่อ พ.ศ. 2444 Röntgen” มัก สะกดเป็นภาษาอังกฤษโดยทั่วไปว่า “Roentgen” ดังนั้น ในเอกสารวิชาการและการแพทย์เกือบทั้งหมดจึงใช้คำสะกดว่า “Roentgen” ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา เรินต์ เกน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><a href="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/11/xraydiscovery2010-ps.gif"><img class="aligncenter size-full wp-image-321" title="xraydiscovery2010-ps" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/11/xraydiscovery2010-ps.gif" alt="" width="480" height="178" /></a></p>
<p>Logo Google วันนี้เปลี่ยนแปลงไปอีกแล้ว ครั้งนี้เกี่ยวกับการครบรอบ 115 ปี ของการค้นพบรังสิ X-rays</p>
<p><span id="more-320"></span></p>
<p>ประวัติผู้ค้นพบรังสี X-rays</p>
<p>วิลเฮล์ม คอนราด เรินต์เกน (Wilhelm Conrad Röntgen &#8211; 27 มีนาคม พ.ศ.  2388 — 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2466)  นักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน ประจำมหาวิทยาลัยเวิร์ซแบร์ก ผู้ค้นพบและสร้าง  รังสีแม่เหล็กไฟฟ้า ที่มี ช่วงคลื่น ขนาดที่รู้จักในปัจจุบันว่า รังสีเอกซ์  (x-rays) หรือ รังสีเรนต์เกน เมื่อวันที่ 8  พฤศจิกายน พ.ศ. 2438ความสำเร็จที่ทำให้เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลรางวัลแรก  เมื่อ พ.ศ. 2444</p>
<p>Röntgen” มัก สะกดเป็นภาษาอังกฤษโดยทั่วไปว่า “Roentgen” ดังนั้น  ในเอกสารวิชาการและการแพทย์เกือบทั้งหมดจึงใช้คำสะกดว่า “Roentgen”</p>
<p><strong>ชีวิตในวัยเยาว์และการศึกษา</strong></p>
<p><strong> </strong> เรินต์ เกน เกิดที่เมืองเลนเนพ ปัจจุบันอยู่ในแคว้นเร็มส์ไชด์ ประเทศเยอรมนี  บิดามารดาเป็นช่างตัดเย็บเส้อผ้า  ต่อมาได้ย้ายครอบครัวไปตั้งรกรากที่เอเปลดูร์น ประเทศเนเธอร์แลนด์  เมื่อเรินต์เกนอายุได้ 3 ขวบ  เรินต์เกนได้รับการศึกษาขั้นต้นที่สถาบันแห่งมาร์ตินุส เฮอร์มัน แวน  เดอร์ดูร์น ต่อมาได้เข้าเรียนในสถาบันเทคนิคอูเทรชต์  ที่ซึ่งเขาถูกไล่ออกจากสถาบันเนื่องจากถูกกล่าวหาว่าเขียนภาพล้ออาจารย์คน หนึ่ง ซึ่งเรินต์เกนไม่เคยยอมรับว่าเป็นผู้เขียน</p>
<p>ใน พ.ศ. 2408  เรินต์เกนพยายามสมัครเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยอูเทรชต์โดยไม่มีเอกสารหลักฐาน ที่จำเป็นสำหรับนักศึกษาปกติแต่ไม่ได้รับการรับเข้าเรียน  ต่อมาเรินต์เกนทราบว่าที่สถาบันโปลีเทคนิคในซุริก (ปัจจุบันคือ ETH Zurich ที่มีชื่อเสียง)  รับนักศึกษากรณีนี้เข้าเรียนได้โดยการสอบ  เขาจึงเริ่มการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ในปี พ.ศ. 2412  เรินต์เกนจบการศึกษาระดับปริญญาเอกจากมหาวิทยาลัยซูริกแห่งนี้</p>
<p><strong>การ ทำงาน</strong></p>
<p><strong> </strong></p>
<p>ในปี พ.ศ. 2410  เรินต์เกนเข้าทำงานเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยสตราสบวร์ก และในปี พ.ศ. 2414  ได้เป็นศาสตราจารย์ในสถาบันเกษตรศาสตร์ที่ฮอเฮนไฮม์ เวิร์ทเตมเบิร์ก  เรินต์เกนได้กลับไปเป็นศาสตราจารย์สาขาวิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยสตราสบวร์ กอีกคร้งหนึ่งเมื่อ พ.ศ. 2419 และในปี พ.ศ. 2422  เรินต์เกนได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยไกส์เซน  พ.ศ. 2431  ย้ายไปรับตำแหน่งหัวหน้าภาควิชาฟิสิกส์ที่มหาวิทยาลัยเวิร์ซเบิร์ก  และอีกครั้งที่มหาวิทยาลัยมิวนิกในปี พ.ศ. 2443 โดยคำขอของรัฐบาลบาวาเรีย</p>
<p>เรินต์เกนมีครอบครัวอยู่ในประเทศสหรัฐฯ  ที่รัฐโอไฮโอ ครั้งหนึ่งเขาเคยคิดที่จะย้ายไปตั้งรกรากที่นั่น  เรินต์เกนได้ยอมรับการแต่งตั้งที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ในนิวยอร์ก  และได้ซื้อตั๋วเรือไว้แล้ว แต่การระเบิดของสงครามโลกครั้งที่ 1  ทำให้แผนการนี้เปลี่ยนไป  เรินต์เกนตกลงอยู่ในมิวนิกต่อไปและได้ทำงานที่นี้ไปตลอดชีวิต  เรินต์เกนถึงแก่กรรมเมื่อปี พ.ศ. 2456 จากโรคมะเร็งเยื่อบุช่องท้อง  มีการพูดกันว่าเรินต์เกนเสียชีวิตจากการได้รับรังสีเอกซ์เรย์  แต่ส่วนใหญ่ไม่เชื่อว่าการเกิดโรคมะเร็งนี้เป็นผลมาจากการรับรังสีเอกซ์เรย์   ทั้งนี้เนื่องจากการค้นคว้าวิจัยในส่วนที่เรินต์เกนต้องเกี่ยวข้องกับรังสี โดยตรงและมากมีช่วงเวลาสั้น และเรินต์เกนเอง ยังเป็นนักวิทยาศาสตร์คนแรกๆ  ที่เป็นผู้นำในการใช้ตะกั่วเป็นโล่ป้องกันอย่างสม่ำเสมอ</p>
<p><strong>การค้นพบเอกซ์เรย์</strong></p>
<p><strong> </strong>ใน ช่วงปี พ.ศ. 2438 เรินต์เกนได้ ใช้อุปกรณ์ที่พัฒนาโดยเพื่อนร่วมงานผู้มีชื่อเสียงคือ อีวาน พัลยูอิ  (Ivan Palyui) นำมาให้ คือหลอดไฟที่เรียกว่า  “หลอดพัลยูอิ” ซึ่งเรินต์เกนพร้อมกับผู้ร่วมงานคนอื่นๆ ได้แก่ ไฮริช  รูดอล์ฟ เฮิร์ทซ์, วิลเลียม ครูกส์, นิโคลา เทสลา และฟิลิบ ฟอน เลนาร์ด  ต่างทำการทดลองและทดสอบผลกระทบของการปล่อยประจุไฟฟ้าแรงดึงสูงในหลอดแก้วสูญ ญากาศนี้ จนถึงปลายปี พ.ศ. 2408  บรรดานักค้นคว้าเหล่านี้จึงได้เริ่มทดลองค้นคว้าหาคุณสมบัติของรังสีแคโทด ข้างนอกหลอด ในต้นเดือนพฤศจิกายน  เรินต์เกนได้ทดลองซ้ำโดยใช้หลอดของเลนาร์ดโดยทำช่องหน้าต่างด้วยอลูมเนียม บางๆ  เพื่อให้รังสีผ่านออกและใช้กระดาษแข็งปิดทับเพื่อป้องกันไม่ให้แผ่น อะลูมิเนียมเสียหายจากไฟฟ้าสถิตย์กำลังแรงที่จะเป็นในการสร้างรังสีแคโทด  เรินต์เกนรู้ว่ากระดาษแข็งจะช่วยป้องกันไม่ให้แสงหนีออก  แต่เขาได้สังเกตเป็นว่ากระดาษแข็งที่ทาด้วยแบเรียม ปลาติโนไซยาไนด์ (barium  platinocyanide) ที่อยู่ใกล้ขอบช่องอะลูมิเนียมเกิดการ เรืองแสง  เรินต์เกนพบว่าหลอดของครูกส์ที่มีผนังหลอดหนาก็อาจเกิดการเรืองแสงในลักษณะ เช่นนี้ได้</p>
<p>ในบ่ายวันที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2438  เรินต์เกนตั้งใจแน่วแน่ว่าจะทดสอบความคิดนี้  เขาได้บรรจงทำแผ่นกระดาษแข็งอย่างระมัดระวังให้เหมือนกับที่ใช้กับหลอดของเล นาร์ด  โดยปิดหลอดฮิททอร์ฟ-ครูกส์ด้วยกระดาษแข็งแล้วต่อขั้วจากขดลวดเหนี่ยวนำของ รุห์มคอร์ฟเพื่อสร้างประจุไฟฟ้าสถิตย์  แต่ก่อนที่เรินต์เกนจะตั้งจอที่ทาด้วยแบเรียมปลาติโนไซยาไนด์เพื่อทดสอบความ คิด  เขาได้ปิดม่านปิดไฟให้ห้องมืดลงเพื่อดูว่าแผ่นกระดาษแข็งปิดแสงได้มิดหรือ ไม่  ในขณะที่ปล่อยกระแสจากขดลวดเหนี่ยวนำขยับกระดาษแข็งให้แน่นแล้วหันไปเตรียม การขั้นถัดไป เรินต์เกนได้พบว่า ณ จุดนี้เองที่เกิดมีแสงเรืองๆ ขนาดอ่อนๆ  ปรากฏที่ปลายโต๊ะที่ห่างออกไป 1 เมตร เพื่อให้แน่ใจ  เรินต์เกนได้ปล่อยกระแสจากขดลวดเหนี่ยวนำอีกหลายครั้ง แสงเรืองๆ  ก็ยังเกิดขึ้นเหมือนเดิม  เขาจุดไม้ขีดไฟดูจึงได้เห็นสิ่งที่อยู่ปลายโต๊ะนั้นแท้จริงก็คือแผ่นกระดาษ แข็งทาสารแบเรียมฯ ที่เตรียมไว้สำหรับการทดลองขั้นต่อไปมั่นเอง</p>
<p>เรินต์เกนคาดเดาว่าสิ่งนี้อาจเกิดจากแสงชนิดใหม่ก็ได้ วันที่ 8 พฤศจิกายน  เป็นวันศุกร์  เขาจึงถือโอกาสใช้วันหยุดสุดสัปดาห์ทำการทดลองซ้ำและทำการบันทึกครั้งแรกไว้  ในหลายสัปดาห์ต่อมา  เรินต์เกนกินและนอนในห้องทดลองเพื่อทดสอบคุณสมบัติต่างๆ  ของแสงชนิดใหม่ที่ยังไม่รู้ว่าเป็นอะไร เขาจึงเรียกชื่อลำลองไปก่อนว่า  “รังสี X” เนื่องจากต้องใช้สูตรคณิตศาสตร์กับสิ่ง ที่ยังไม่รู้จักมาก่อน แม้ว่าจะมีผู้เรียกชื่อรังสีนี้ว่า “รังสีเรินต์เกน”  เพื่อเป็นเกียรติ แต่ตังเรินต์เกนเองกลับจงใจใช้ชื่อว่า “รังสีเอกซ์”  เรื่อยมา</p>
<p>การค้นพบรังสีเอกซ์ของเรินต์เกนไม่ใช่ อุบัติเหตุ หรือจากการทำงานตามลำพัง ในการเสาะแสวงหาคำตอบ  เรินต์เกนและผู้คิดค้นในงานประเภทนี้ในหลายประเทศก็ได้ช่วยกันทำอยู่  การค้นพบเป็นสิ่งที่จะต้องเกิดอย่างเห็นๆ กันอยู่แล้ว ความจริงแล้ว  รังสีเอกซ์ได้ถูกสร้างขึ้นและเกิดรูปในฟิล์มแล้วที่มหาวิทยาลัยเพนซิลเวเนีย  2 ปีก่อนหน้านั้น  เพียงแต่ว่าคนที่ทดลองทำไม่ได้ตระหนักว่าตนเองได้ค้นพบสิ่งที่ยิ่งใหญ่เข้า แล้ว จึงเก็บฟิล์มเข้าแฟ้มสำหรับใช้อ้างอิงในการทดลองอื่นๆ ในอนาคต  ทำให้พลาดในการได้ชื่อว่าตนเป็นผู้ค้นพบสิ่งสำคัญที่สุดทางฟิสิกส์</p>
<p>ภาพ รังสีเอกซ์   มือของอัลเบิร์ต ฟอน โคลลิเคอร์<br />
ถ่ายโดยเรินต์เกน</p>
<p>ณ จุดหนึ่ง  ในขณะที่กำลังทดลองขีดความสามารถของวัสดุต่างๆ ในการปิดกั้นรังสี  เรินต์เกนได้เอาแผ่นตะกั่วชิ้นเล็กๆ  วางขวางทางรังสีได้สังเกตเห็นภาพลางของโครงกระดูกตัวเองปรากฏบนแผ่นจอ แบเรียมฯ ซึ่งเขาได้เขียนรายงานในเวลาต่อมาว่า  ตรงจุดนี้เองที่ตนเองตัดสินใจรักษาการทดลองไว้เป็นความลับด้วยเกรงว่าการ ทดลองนี้อาจเกิดจากคลาดเคลื่อนหรือความผิดพลาด</p>
<p>บทความรายงานชิ้นแรกของเรินต์เกน คือ “ว่าด้วยสิ่งใหม่ของรังสีเอกซ์” (On A New Kind Of X-Rays) ตีพิมพ์ใน 50  วันต่อมาคือวันที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2438 และในวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2439  หนังสือพิมพ์ของประเทศออสเตรียได้รายงานการค้นพบรังสีชนิดใหม่ของเรินต์เกน  เรินต์เกนได้รับปริญญาเอกกิตติมศักดิ์สาขาการแพทย์จากมหาวิทยาลัย เวิร์ซเบิร์กหลังการค้นพบครั้งนี้  เรินต์เกนได้ตีพิมพ์บทความเกี่ยวกับรังสีเอกซ์รวม 3 เรื่อง ระหว่างปี พ.ศ.  2438 &#8211; 2440 ข้อสรุปทั้งหมดของเรินต์เกนได้รับการพิสูจน์ว่าถูกต้องทั้งหมด  เรินต์เกนได้รับการยกย่องเป็นบิดาแห่งการวินิจฉัยทางรังสีวิทยา  เป็นสาขาเชี่ยวชาญเฉพาะที่ใช้ภาพวินิจฉัยโรค</p>
<p>ในปี พ.ศ. 2444  เรินต์เกนได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ซึ่งเป็นรางวัลแรกสุด  รางวัลนี้ให้อย่างเป็นทางการเพื่อ  “เป็นการรับรู้และยกย่องในความวิริยอุตสาหะที่เขาได้ค้นพบรังสีที่มีความ สำคัญและได้รับการตั้งชื่อตามเขานี้”  เรินต์เกนได้บริจาครางวัลทีได้รับให้แก่มหาวิทยาลัยที่เขาสังกัด  และได้ทำเช่นเดียวกับที่ ปิแอร์ คูรี ได้ทำบ้างในหลายปีต่อมา  คือการปฏิเสธไม่ถือลิขสิทธิ์ในสิ่งประดิษฐ์ต่างๆ  ที่สืบเนื่องมาจากผลงานที่เขาค้นพบด้วยเหตูผลทางจริยธรรม  เรินต์เกนไม่ยอมแม้แต่จะให้ใช้ชื่อเขาเรียงรังสีที่เขาเป็นผู้ค้นพบ  อย่างไรก็ดี ในปี พ.ศ. 2547 IUPAC ได้ ตั้งชื่อธาตุใหม่ว่า “เรินต์เกนเนียม” (Roentgenium) เพื่อเป็นเกียรติแก่เรินต์เกน</p>
<p>ขอขอบคุณ ที่มาของข้อมูล  <a href="http://ra-phy2.comyr.com/?page_id=18">http://ra-phy2.comyr.com/?page_id=18</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/115-%e0%b8%9b%e0%b8%b5-%e0%b8%82%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%9e%e0%b8%9a%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b5-x-rays/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>Google กับผลการค้นหาที่เป็น Local มากขึ้น</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/google-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-local/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/google-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-local/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 20 Aug 2010 18:22:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[ส่วนตัว]]></category>
		<category><![CDATA[SEO]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=281</guid>
		<description><![CDATA[ปัจจุบัน Google เน้นผลการค้นหาที่เป็น Local ของแต่ละประเทศมากขึ้น สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน Google ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ที่เป็นคนไทย เมื่อค้นหาข้อมูลใดๆ ใน Google ก็จะพยายามส่งผลการค้นหาหรือเว็บไซต์ที่ทาง Google คาดว่าจะตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาให้มากที่สุด การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีที่สุดจึงมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย พอที่จะสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้ 1. เว็บไซต์ที่ใช้ .co.th หรือ .in.th ซึ่งมีโดเมนที่ระบุเป็นประเทศไทยจะขึ้นอันดับได้ง่ายกว่า 2. Hosting ของเว็บไซต์ก็ควรจะใช้ Hosting ที่อยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก 3. การหา Backlink ควรได้มาจากเว็บไซต์ที่ใช้ Hosting อยู่ในประเทศไทย 4. ภาษาแรกของเว็บไซต์ควรใช้ภาษาไทย 5. Encoding ภาษาควรใช้ Windows-874 ลองปรับการทำ SEO ในแบบที่ผมแนะนำดูเพื่ออันดับที่ดีกว่าเดิม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ปัจจุบัน Google เน้นผลการค้นหาที่เป็น Local ของแต่ละประเทศมากขึ้น สำหรับประเทศไทยก็เช่นกัน</p>
<p>Google ให้ความสำคัญกับผู้ใช้ที่เป็นคนไทย เมื่อค้นหาข้อมูลใดๆ ใน Google ก็จะพยายามส่งผลการค้นหาหรือเว็บไซต์ที่ทาง Google คาดว่าจะตรงกับความต้องการของผู้ค้นหาให้มากที่สุด</p>
<p>การทำ SEO เพื่อให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่ดีที่สุดจึงมีรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงไปเล็กน้อย พอที่จะสรุปคร่าวๆ ได้ดังนี้<br />
1. เว็บไซต์ที่ใช้ .co.th หรือ .in.th ซึ่งมีโดเมนที่ระบุเป็นประเทศไทยจะขึ้นอันดับได้ง่ายกว่า<br />
2. Hosting ของเว็บไซต์ก็ควรจะใช้ Hosting ที่อยู่ในประเทศไทยเป็นหลัก<br />
3. การหา Backlink ควรได้มาจากเว็บไซต์ที่ใช้ Hosting อยู่ในประเทศไทย<br />
4. ภาษาแรกของเว็บไซต์ควรใช้ภาษาไทย<br />
5. Encoding ภาษาควรใช้ Windows-874</p>
<p>ลองปรับการทำ SEO ในแบบที่ผมแนะนำดูเพื่ออันดับที่ดีกว่าเดิม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/google-%e0%b8%81%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%84%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b8%ab%e0%b8%b2%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b9%87%e0%b8%99-local/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สัมมนา สร้าง Shopping Online ให้ได้เงิน</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-shopping-online-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-shopping-online-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 26 May 2010 11:36:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[ความรู้ SEM]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=182</guid>
		<description><![CDATA[เอกสารประกอบการบรรยาย สัมมนา สร้าง Shopping Online ให้ได้เงิน Download]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-185" title="20100601111026" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/05/20100601111026.jpg" alt="20100601111026" width="480" height="320" /></p>
<p style="text-align: center;"><img class="aligncenter size-full wp-image-186" title="20100601112542" src="http://www.tikanaht.com/wp-content/uploads/2010/05/20100601112542.jpg" alt="20100601112542" width="480" height="320" /></p>
<p>เอกสารประกอบการบรรยาย</p>
<p>สัมมนา สร้าง Shopping Online ให้ได้เงิน</p>
<p><a href="http://www.tikanaht.com/download/Shopping_Online.pptx">Download</a></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%a1%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%b2-%e0%b8%aa%e0%b8%a3%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%87-shopping-online-%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ข้อความใน Twitter ที่ทำให้น้ำตาไหล</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99-twitter-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99-twitter-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 May 2010 16:41:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[ส่วนตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=180</guid>
		<description><![CDATA[จากแพทย์ผู้ที่รับใช้ใกล้ชิด ได้เล่าให้ฟังว่าภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานาน เหมือนจะ ร้องไห้นั้น ณ.ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนานพ่อพูดออกมาประโยคเดียว ว่า &#8220;เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำ หรือ คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธเกลียดเราขนาดนี้&#8221; ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพราก สงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิต พ่อที่ให้ คนไทยมาตลอด พ่อที่ไม่เคยคิดทำร้ายคนไทยแม้แต่น้อย.. via Mao Yugala เมื่ออ่านแล้วนึกถึงพระองค์ท่าน น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ผมอยากบอกว่าผมรักในหลวงครับ ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span><span><span>จากแพทย์ผู้ที่รับใช้ใกล้ชิด  ได้เล่าให้ฟังว่าภาพที่พ่อนั่งเหม่อลอยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นเวลานาน เหมือนจะ ร้องไห้นั้น</span></span></span></p>
<p><span><span><span>ณ.ที่ตรงนั้นกับเวลาที่ยาวนานพ่อพูดออกมาประโยคเดียว ว่า &#8220;เราไปทำอะไรให้เขาเจ็บช้ำ หรือ  คนไทยเหล่านั้นถึงได้โกรธเกลียดเราขนาดนี้&#8221;</span></span></span></p>
<p><span><span><span>ผู้อยู่ใกล้ชิดพ่อน้ำตาไหลพราก  สงสารพ่อที่ทำทุกอย่างทั้งชีวิต พ่อที่ให้ คนไทยมาตลอด  พ่อที่ไม่เคยคิดทำร้ายคนไทยแม้แต่น้อย..</span></span></span></p>
<p><span><span><span>via Mao Yugala</span></span></span></p>
<p>เมื่ออ่านแล้วนึกถึงพระองค์ท่าน น้ำตาก็ไหลออกมาเอง ผมอยากบอกว่าผมรักในหลวงครับ</p>
<p>ศีรษะนี้มอบให้พระเจ้าแผ่นดิน</p>
<p><span><span><span><br />
</span></span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%84%e0%b8%a7%e0%b8%b2%e0%b8%a1%e0%b9%83%e0%b8%99-twitter-%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%97%e0%b8%b3%e0%b9%83%e0%b8%ab%e0%b9%89%e0%b8%99%e0%b9%89%e0%b8%b3%e0%b8%95/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>19 พ.ค. 2553 วันที่ต้องถูกจารึกในประวัติศาสตร์ไทย</title>
		<link>http://www.tikanaht.com/19-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2553-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%83/</link>
		<comments>http://www.tikanaht.com/19-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2553-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%83/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 19 May 2010 16:32:57 +0000</pubDate>
		<dc:creator></dc:creator>
				<category><![CDATA[ส่วนตัว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.tikanaht.com/?p=178</guid>
		<description><![CDATA[19 พ.ค. 2553 วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดผม อายุก็ 32 แล้วอ่ะ แล้วก็มีเหตุการณ์มากมายภายในวันนี้ทั้งเรื่องดีใจและเสียใจมากมายด้วยกัน เรื่องดีใจก็คือ วันนี้ผมมีคนที่ผมรัก และเค้าก็รักผม (หวังว่านะ) และก็มีเพื่อนๆ พี่มาอวยพรวันเกิดกันมากมาย เรื่องเสียใจ วันนี้กรุงเทพฯ ที่ที่ผมเกิดมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เผา จะเรียกได้ว่าเผาบ้านเผาเมืองกันเลยทีเดียว ผมว่ามันรุนแรงมาก ได้เห็นภาพทหารที่โดนระเบิด สถานที่ต่างๆ ถูกเผาพินาศ มีการประกาศเคอร์ฟิว แล้วพรุ่งนี้กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร ถ้าวันนี้ผมสามารถขอพรใดๆ ได้ก็ตาม ผมขอให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุข คนในชาติรวมหัวใจกันเป็นหนึ่ง อย่าได้แตกแยกกันแบบนี้เลย และขอให้วันพรุ่งนี้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตผมและทุกๆ คน ที่คิดดี ทำดี ส่วนใครหรือมันผู้ใดที่คิดร้าย คิดไม่ดีต่อประเทศชาติ ขอให้มันถูกลงโทษด้วยกฎหมาย หรือ กฎแห่งกรรม]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>19 พ.ค. 2553 วันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดผม อายุก็ 32 แล้วอ่ะ แล้วก็มีเหตุการณ์มากมายภายในวันนี้ทั้งเรื่องดีใจและเสียใจมากมายด้วยกัน</p>
<p>เรื่องดีใจก็คือ วันนี้ผมมีคนที่ผมรัก และเค้าก็รักผม (หวังว่านะ) และก็มีเพื่อนๆ พี่มาอวยพรวันเกิดกันมากมาย</p>
<p>เรื่องเสียใจ วันนี้กรุงเทพฯ ที่ที่ผมเกิดมีกลุ่มผู้ก่อการร้ายได้เผา จะเรียกได้ว่าเผาบ้านเผาเมืองกันเลยทีเดียว ผมว่ามันรุนแรงมาก ได้เห็นภาพทหารที่โดนระเบิด สถานที่ต่างๆ ถูกเผาพินาศ มีการประกาศเคอร์ฟิว แล้วพรุ่งนี้กรุงเทพฯ จะเป็นอย่างไร</p>
<p>ถ้าวันนี้ผมสามารถขอพรใดๆ ได้ก็ตาม ผมขอให้ประเทศไทยกลับมาสงบสุข คนในชาติรวมหัวใจกันเป็นหนึ่ง อย่าได้แตกแยกกันแบบนี้เลย และขอให้วันพรุ่งนี้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตผมและทุกๆ คน ที่คิดดี ทำดี</p>
<p>ส่วนใครหรือมันผู้ใดที่คิดร้าย คิดไม่ดีต่อประเทศชาติ ขอให้มันถูกลงโทษด้วยกฎหมาย หรือ กฎแห่งกรรม</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.tikanaht.com/19-%e0%b8%9e-%e0%b8%84-2553-%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%99%e0%b8%97%e0%b8%b5%e0%b9%88%e0%b8%95%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87%e0%b8%96%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b9%83/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

